วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Sf yaoi - โลกของคนแอบรัก V×Kook (B.T.S)




โลกของคนแอบรัก
V×Kook (B.T.S)


Kook PART:





“ ไม่กล้าให้ความหวังตัวเอง “




ครับ.. ผมเป็นคนๆนึง ที่ตอนนี้ มีความรู้สึกพิเศษให้กับคนๆหนึ่ง มันเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ผมก็ทำได้เพียงแค่เก็บมันเอาไว้ในหัวใจของผมเท่านั้น เพราะผมรู้ดี ว่าสถานะ ของผมกับเขา มีเส้นที่กั้นเอาไว้อย่างชัดเจน ก็นั่นแหละครับ ก็เพราะเขามีคนที่คอยดูแลเขาอยู่แล้วนี่ครับ ส่วนผมน่ะหรอ.. ก็เป็นได้แค่รุ่นน้องคนหนึ่งเท่านั้นแหละครับ และความหวังของผม มันก็ไม่เคยที่จะมีมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..



วันนี้เป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง ก็นะ.. ผมชอบมานั่งเล่นที่ร้านแกแฟ แถวๆหลังมหาลัย ใช่ครับ.. ก็มันเงียบดี อีกอย่างคนเขาก็ไม่ค่อยมากันหรอกครับ ก็เจ้าของร้านหน้าโหดนี่ครับ และนั่นก็ไม่ใช่ใครหรอก.. พี่ชายผมเองนั่นแหละ ที่อายุห่างกันก็เยอะอยู่นะ ที่ผมมาประจำ ก็มาช่วยทำงานแหละครับ แต่หลังๆมานี่ พี่ผมก็ไม่ค่อยให้ผมทำอะไรหรอก สงสัยกลัวไปทำของพังล่ะมั้ง แล้วมันก็จริงๆด้วยสิครับ ที่เป็นอย่างนั้น อีกอย่างเพราะผมชอบเหม่อบ่อยๆ จนทำเอาลูกค้าหลายคนพลอยเดือดร้อนไปหมด



ตอนนี้พี่ผมก็ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอกครับ.. เพราะคนมันก็มีไม่เยอะนั่นแหละ ผมเคยถามนะ ว่าจะไปไหวหรอกิจการนี้ แต่พี่ก็บอกกลับมาว่า ที่ทำเพราะอยากทำ ไม่ใช่วา อยากได้กำรงกำไรอะไร.. ความคิดพี่ผมมนี่ โคตรจะหล่อเลยครับ แต่อย่างไร ก็สิทธิ์ของพี่เขานั่นแหละครับ ที่จะทำอะไรก็ได้..



ตอนนี้ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ.. นอกจากเรื่องของคนๆนั้น ที่ทำเอาผมเป็นเหมือนคนไม่มีสติทุกครั้ง  ที่เห็นเขาอยู่กับคนอีกคน มันรู้สึกจี๊ดๆ ข้างในยังไงไม่รู้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นั่นแหละครับ เพราะผมกับเขาก็แค่พี่รหัส น้องรหัสกันแค่นั่น.. แล้วตอนนี้ก็เกือบๆจะปีหนึ่ง ได้แล้วมั้ง ที่ผมคอยมองพี่เขามาตลอด ก้ได้แค่แอบมองเท่านั้นนั่นแหละครับ..  จะว่าไป.. บางครั้งผมก็รู้สึกท้อเหมือนกันนะ ที่เอาแต่มัวคิดเรื่องแบบนี้ หวังอะไรลมๆแล้งๆ ที่รู้ดีว่า ไม่ว่ายังไง มันก็จะไม่มีทางเป็นไปตามที่ผม ตั้งใจอยากให้มันเป็น..



“ กุก กุก ไอ่กุก!!!
“ หะ.. ห่ะ!”  ผมหันไปมองคนที่มายืนสะกิดไหล่ผม ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตอนนี้เหมือนจะ งงๆ อะไรในตัวผมอยู่ก็ไม่รู้ แต่ว่า.. มาสะกิดกันทำไม กำลังจะได้ฟิวเลย “ อะไรครับ พี่นัมจุน??”



“ เป็นไรป่ะว่ะ เห็นเหม่อๆอีกแล้ว”
“ เปล่าหรอกครับ.. คิดไรไปเรื่อย แค่นั้นแหละ”
“ หรอ.. มีเรื่องให้คิดได้ตลอดนะ”
“ ครับ” ผมยิ้มๆ ส่งไปให้ แล้วพี่นัมจุนก็เดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์ต่อ ส่วนผมก็นั่งๆ ไม่ติงไหว ต่อไปแบบนี้แหละครับ ก็นะ.. วันนี้ก็กะว่าจะนั่งไปเรื่อยๆ จนพี่นัมจุนจะปิดร้านนู้นแหละครับ เหอะๆจะว่าไป ก็ตีหนึ่ง ตีสอง นู้นแหละครับ อันที่จริงๆ เหมือนๆพี่เขาไม่อยากนอนเท่าไหร่เลย..






กริ๊ง..ๆๆ กริ๊ง..ๆๆ

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น.. เหมือนจะมีลูกค้าเข้ามาแหะ พี่นัมจุนก็เดินออกไปต้อนรับทันที.. ส่วนผมก็มาอยู่กับตัวเองต่อ.. มองผ่านกระจกออกไป ก็มีแต่รถสวนกันไปมา เฮ้ออ.. ทำไมมันรู้สึกเหนื่อยได้ขนาดนี้นะ จะทำยังไงต่อไปกับชีวิตดีว่ะเนี่ย.! ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆล่ะก็ สักวันผมต้องกลายเป็นบ้าไปแน่ๆเลย



“ อ้าว ! นั่นกุก ใช่กุกรึเปล่าน่ะ” ผมเหมือนจะได้ยินเสียงที่มันคุ้นๆหู.. และผมก็หันไปตามเสียงเรียกนั่น แล้วก็.. ใช่เลยครับ เป็นพี่วี ..อืมม ผมยิ้มอย่างออกหน้าให้กับพี่วีไป.. ว่าแต่พี่วีมาคนเดียวอย่างงั้นหรอ? ผมกำลังที่จะกล่าวทักทายตอบ กลับต้องหน้าจ่อยลง เพราะว่า.. พี่เขาไม่ได้มาคนเดียวอย่างที่ผมคิด
“ หวะ.. หวัดดีครับ พี่วี พี่จิน”



พี่จินที่เดินเข้ามาตามหลังพี่วี.. ที่ตอนนี้เดินมาซ้อนอยู่ข้างหลังพี่วี แล้วก็ยิ้มให้ผม.. ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันช่างบาดใจผมยิ่งนัก.. มันรู้สึก จี๊ดขึ้นมาซะดื้อๆ.. เฮ้ออ.. แต่ก็ทำได้แต่ข่มอาการเอาไว้นั่นแหละครับ
“ อื้ม.. นึกว่าจะจำคนผิด”
“ เหอะๆ ผมหน้าโหลขนาดนั้นหรอพี่?” ผมเลิกคิ้วมอง..


“ ไม่หรอกมั้ง.. หน้าแปลกๆแบบนี้ไม่ค่อยมีหรอก!
“ โห่.. พี่วีอ่ะ “ ได้ยินแบบนั้นผมก็หน้าเจื่อนลงเหมือนกันนะครับ.. ก็มาว่ากันได้อ่ะ มาว่ากันได้ยังไง แต่พี่เขาก็เอาแต่หัวเราะซะอย่างนั้น..


555+ พี่ล้อเล่นๆ”
“ อื้มม.. ไม่งั้นนี่มีงอนอ่ะ” ผมนี่.. ทำหน้างอนใส่พี่เขาไปซะเลยครับ..
“ อ่าๆๆ เดะพี่เลี้ยงหนมคืน.. “ หืม.. พี่ว่ายังไงนะ พี่พูดว่าอะไรนะ พี่รู้มั้ย ถ้ามันมีโอกาสแบบที่พูดอย่างเมื่อกี้ล่ะก็ มันจะทำให้ผมมความสุขไปอีกนานเลยนะ.. หวังว่าพี่จะพูดจริงๆนะ.. ตาผมวาว อย่างมีความหวังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยแหละครับ
“ ตอนไหนอ่ะ”



แต่ไม่ทัน.. ที่พี่วีจะตอบผมกลับมา พี่จินก็ดันพูดแทรกขึ้นมาก่อน แถมยังจับมือจะจูงไปด้วยซะอีก.. เอ้ออ.. ขอเวลาอีกแพบเดียวก็ไม่ได้รึไงกัน..!
“ วี.. ไปได้แล้ว”
“ อ่ะอื่ม” พี่วีตอบพี่จินกลับไป.. แล้วก็หันมาทำหน้าเป็นเชิงขอโทษนิดๆ
“ ไว้คราวหลังนะ.. พี่ขอตัวก่อน”
           



            เฮ้ออ.. ยังไงก็นะ วันนี้เหมือนจะโชคดีซะอย่างนั้น จู่ๆ พี่วีก็ดันมาเอง เสนอเองแบบนี้.. ผมจะรอวันที่พี่ชวนผมไปจริงๆก็แล้วกัน.. ณ ต่อไป จากเวลานี้.. ผมนี่ ยิ้มออกได้ไม่หุบเลยล่ะครับ..







ผมชอบพี่วีจัง.. <3







++++++++++++++






V PART :




ตอนนี้ผมมานั่งที่ร้านกาแฟหลัง ม. กับแฟนผมล่ะครับ.. ใช่เลย กับแฟนผมล่ะ ตอนที่เข้ามา ก็ไปเจอรุ่นน้อง.. ใช่ๆ รุ่นน้องผมที่เอก ใช่สิ เป็นน้องรหัสผมด้วยแหละครับ ตอนนี้ก็รู้จักกันมาเกือบจะปีหนึ่งได้แล้วมั้ง.. แต่ก็นะ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ น้องเค้าออกจะเป็นเงียบๆนะ แต่ว่า.. ผมก็รู้สึกนะว่าบางครั้ง น้องเค้าชองแอบมองผม.. แต่ผมก็ไม่ได้พูดหรือว่าอะไรไปหรอกครับ.. ก็แค่เด็กน้อยอ่ะ แต่ตอนนี้ผมยิ้มให้คนที่อยู่ตรงหน้าผม.. ที่เราสองคนมาหามุมพักผ่อนกัน แล้วเขาก็พาผมมาที่นี่.. อื้มม.. ใช่เลย มันก็เป็นร้านที่น่ารักดีอยู่นะ แต่ทำไม ผมไม่ยักกะรู้จัก แต่ช่างเหอะ.. ทำตัวสบายๆดีกว่า




“ เมื่อกี้พี่ไม่ชอบเลย.. ที่ไอ่เด็กนั่นมองเรา” พี่จิน ตอนนี้ดูทำหน้ายุ่งๆ เหมือนจะเคืองใครอยู่ก้ไม่รู้
“ หืมม.. ทำไมอ่ะครับ ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินิ” ผมมองพี่เขากลับยิ้มๆ
“ ก็ดูสายตามันสิ.. มองอย่างกะอยากจะกลืนเราไปทั้งตัว”
“ โห่.. พูดไปนั่น มันจะเป็นไปได้ยังไง เราเป็นแค่สายรหัสกันเองนะ 555+



ผมขำพี่จินที่ดูท่าทางตอนนี้ไม่สบอารมณ์อะไรทั้งนั้น.. ก็นะ มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง นี่ก็รู้จักกันมาก็ปีกว่าแล้ว มันคงจะกลายเป็นเรื่องพิลึกๆ แบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ.. ผมกับน้องเขาก็เหมือนพี่น้องกันแล้วจริงๆด้วย อีกอย่าง.. ผมก็มีแฟนที่น่านั่งอยู่ตรงข้างหน้านี้ทั้งคน



“ ไม่ต้องคิดมากน่า พี่อ่ะ..” ผมทำหน้ายู่ๆใส่ เผื่อมันจะช่วยได้บ้าง
“ หืมมม “ พี่เขายิ้มนิดๆที่มุมปาก.. ก่อนที่จะเอามือมาลูบหัวของผม เล่นอย่างกะผมเป็นเด็กน้อยอย่างนั้นแหละ



ผมกับพี่จินเขาก็คบกันมาได้ เกือบสามเดือนแล้ว.. ใช่ครับ เกือบๆสามเดือนที่เรารักกันมา รู้สึกว่าพี่เขาจะเป็นคนที่ฮอตพอตัวด้วยนะ แต่ว่าเขาก็กลับมาจีบผมซะอย่างนั้น แต่ก้ไม่รู้หรอกนะว่า แต่ก่อนพี่เขาเป็นตนยังไง.. แต่ตอนนี้ที่รู้ พี่เขาดูแลผมดีมากๆเลยแหละครับ



“ กาแฟได้แล้วครับ..” พนักงาน เอ่ออ.. ดูหน้าพี่เขาเหมือนไม่ได้นอนมาหลายคืนอย่างไงอย่างนั้นแหละครับ เดินมาเสิร์ฟแกแฟให้เรา ก่อนจะก้มหน้าแล้วเดินออกไปทำงานต่อ



“ ยังไง.. ช่วงบ่ายนี้ก็นั่งเล่นอยู่นี้แหละนะ”
“ โห่.. ก็ต้องอยู่นี้แหละ ไม่อยากไปไหนเลย”
“ เหอะๆ นานๆเราได้พักนี่”
“ คร้าบบบบ” ผมพูดตอบพี่จินไป.. เฮ้อออ ตอนนี้เหมือนจะได้พักผ่อนจริงๆนั้นแหละนะ ตอนนี้ตนในร้านก็ไม่เยอะด้วย บรรยากาศก็สบายๆจัง.. แต่ว่า พอมองไปยัง.. ใช่ครับ โต๊ะที่น้องรหัสผมนั่งอยู่ อื้มม.. มาคนเดียวอย่างนั้นหรอเนี่ย แถมก็ดูเหม่อๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ เป็นอะไรรึเปล่านะ..



“ เป็นอะไรรึเปล่า เหม่อเชียว !!
“ หืออ.”
“ เลอะหมดแล้ว..” ตอนนี้พี่จิน เอานิ้วมาเช็ด เอ่ออ.. คราบฟองกาแฟที่มันติดอยู่มุมปากของผม หืมม.. ทำไมนะ ทำไมพี่เขาดูอบอุ่นจังเลย ตอนนี้ผมกับพี่เขาสบตากันอยู่ ดูเหมือนนัยย์ตาพี่เขากำลังยิ้มให้ผมอย่างไงอย่างงั้น..






ตอนนี้ผม.. อบอุ่นจัง




ผมกับพี่จินนั่งคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปอยู่นานเหมือนกันนะ.. แล้วอีกอย่างที่ผมสังเกตเห็นคือ.. ทำไมกุก หรือน้องรหัสผม ไม่เห็นจะลุกไปไหนเลย.. ใช่ครับ ยังนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่เบื่อรึไงกันนะ..  แต่ก็เห็นว่าอาการเหม่อลอยแบบนั้น ดูท่าจะไม่ดีเอามากๆเลยนะ..



“ โอ๊ะ..”
“ อะไรหรอวี..?”
“ ป่ะเปล่าครับ” ผมรีบปฎิเสธพี่จินไป.. ก็นะ ตอนที่ผมมองกุกอยู่ จู่ๆ เด็กนั่นก็หันมามองผมซะอย่างนั้น ผมก็ตกใจเป็นเหมือนกันนะ.. เหอะๆ ตกใจจริงๆนะเมื่อกี้ ไอ่เราก็.. ไปมองเขาได้ไงล่ะเนี่ย




เอิ่ม.. จะว่าไป มันก็หลายครั้งแล้วมั้ง ที่ผมน่ะ.. ก็เผลอมองเด็กนั่นไปหลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้ง มันก้เป็นอย่างนี้ซะทุกที.. ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมถึงชอบแอบมอง..(หืออ.. แอบมองหรอ ไม่มั้ง) แต่รู้สึกว่า เวลามองเด็กนั่นทีรัย  มันจะมีความรู้สึกที่แปลกๆยังไงก็ไม่รู้ คือ มองยังไง ก้ไม่เคยเบื่อ ไม่เคยที่จะอยากล่ะสายตาไปทางอื่นเลย.. แปลกเนาะ ผมนี่..!




“ พะ.. พี่จินใช่ป่าวครับ.?”
“ คะ.. ครับ”
ช่วงที่ผมเงียบๆไปเมื่อกี้.. ตอนนี้มีใครสักคนมาทักพี่จิน.. ผมไม่คุ้นหน้าเลยครับ สงสัยเป็นเพื่อนพี่เขาล่ะมั้ง ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอกครับ เขาดูดีนะผมว่า.. เป็นผู้ชายที่ตัวเล็กๆ ผิวใสใส ผมก็ได้แค่เอียงคอมองอยู่ห่างๆเท่านั้นเอง.. ทั้งสองคนคุยอะไรกันนิดหน่อย แล้วคนๆนั้นก็เดินออกไปนั่งที่โต๊ะอีกโต๊ะหนึ่ง




“ ใครอ่ะครับ พี่จิน(?)” ผมเลิกตามองพี่จิน ที่ตอนนี้ กำลังก้มหน้าดูดกาแฟอยู่
“ อ่อ.. รุ่นน้องที่คณะอ่ะครับ”
“ อย่างนั้นเองหรอ”
“ ครับ” พี่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ.. ใช่ครับ เราทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อจากกนั้น เอาเป็นว่าตอนนี้มันเริ่มรู้สึกเงียบๆชอบกล

จริงๆ.. หลังจากนั้น พี่เขาก็เอาแต่จิ้มโทรศัพท์โดยที่ไม่เงยหน้ามาสนใจผมเลยสักนิด.. ผมก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจไปเท่านั้น ผมเริ่มรู้สึกว่า พักหลังๆนี้ พี่จินมีท่าทางที่แปลกๆไป ใช่ครับ.. พี่เขาไม่ค่อยเหมือนแรกๆที่เราเป็นแฟนกัน ช่วงนั้นเราสองคนไปไหน ก็มีแต่คนอิจฉา เพราะว่าพี่เขาไม่ค่อยจีบใครไง.. แล้วก็เป็นหนุ่มที่ฮอตพอตัว.. แต่ก็เพราะอย่างนี้ล่ะมั้ง บางทีพี่เขาอาจจะเริ่มเบื่อๆผมแล้วก็ได้..



“ พี่ขอตัวแพบนึงนะครับ”
“ เอ่ออ.. ครับ” ผมมองพี่เขาที่ลุกออกจากเก้าอี้ พร้อมๆกับส่งยิ้มมาให้ผม ผมก็ยิ้มตอบกลับไป อืมม.. ที่ผมคิดเมื่อกี้ คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมคงคิดมากไปเองแหละ..



ผมเลิกใส่ใจเรื่องของพี่จิน แล้วก็ดันมาสนใจเรื่องของน้องรหัสผมแทน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วจิ้มเข้าที่แอพฯ สีเขียว ที่มีธีมเป็นหมีสีน้ำตาลทำหน้าตายไม่รู้ร้อนรู้หนาว ผมคิดว่ามันก็น่ารักในแบบของมันนะ.. ผมเลื่อนลงไปหาชื่อน้องรหัสผม ซึ่งผมกับนองเขาก็ไม่ได้คุยกันนานล่ะ ใช่ครับ!.. ก็ไม่ได้มีธุระหรืออะไรที่จำเป็นนี่ครับ เท่าที่จำได้ ก็มีแค่ได้คุยได้ตอนที่จะเลี้ยงสาย หรือมีของจะฝากให้กัน หรือมีเรื่องเรียนบ้างก็เท่านั้นแหละครับ..



KimV : เป็นอะไรรึเปล่า เหม่อเชียว ?
JKooK : พี่แอบมองผมหรอ?

KimV : ไม่ได้แอบ มองซึ่งๆหน้าเลยนี่แหละ
JKooK : 555+ ผมไม่ได้เป็นไรครับ

KimV : อ่ะๆ ดีแล้วๆ
KimV : เย็นนี้ว่างมั้ย?
JKooK : ก็ว่างครับ

KimV : งั้นดีเลย ไปทานข้าวกับพี่นะ
JKooK : หืมมม?

KimV : เลี้ยงสายไง เลี้ยงสาย
JKooK : อ่อๆครับ

KimV : โอเค ไว้เจอกั..



“ วี พี่มาแล้ว..” ผมพิมพ์ข้อความไม่ทันเสร็จ เป็นพี่จินที่เดินกลับมาก่อน ผมก็รีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าทันที ดีนะที่พี่เขาไม่ได้ถามว่าคุยกับใครรึเปล่า ไม่งั้น.. ผมคงจะต้องได้อธิบายยาวเหยียดอีกแน่.. ก็นะ. แฟนผมขี้หึงนี่เนาะ
ผมกับพี่จินนั่งอยู่ตรงนั้น ก็อีกนานอยู่เหมือนกัน จนผมดูเววลาแล้วก็สมควรที่กลับได้ล่ะ.. อีกอย่างตอนเย็นผมก็มีนัดกับสายรหัสผมอีกด้วย.. เหอะๆ คืนนี้ก็นะ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้หน่อยนึง เพราะอาจะมีเรื่องให้อับอายก็เป็นได้


“ พี่จิน กลับกันเถอะ “ ผมออกปากชวนพี่เขากลับ..พี่เขาก็รับฟังแต่โดยดี เดินไปเช็กบิลที่หน้าเคาร์เตอร์ แล้วก็เดินออกมาพร้อมกัน ระหว่างที่เดินออกมา ผมก็หันไปยิ้มให้น้อรหัสของผมเล็กน้อย และเราสองคนเดินไปยังรถ พี่จินเขาก็เปิดประตูให้ผม.. ได้เข้าไปนั่ง แล้วพี่เขาก็เดินไปด้านคนขับ พี่เขาไม่พูดอะไร แต่ก็เอาแต่ยิ้มแล้วก็หันมามองหน้าผมบ้าง..



แต่ก่อนออกรถไป.. พี่เขาหันมาแล้วบอกให้ผมยื่นหน้ามาใกล้พี่เขาหน่อย.. แล้วพี่เขาก็เอาจมูกพี่เขามาโดนข้างแก้มของผม.. ซึ่งก็นะ เรียกว่า โดนหอมแก้มใช่มั้ย.. ผมไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง ถึงแม้ว่าจะโดนแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว.. แต่มันก็ยังรู้สึก ตัวร้อน หน้าร้อน ขึ้นมาเสียทุกครั้งได้..



อย่างนี้รึเปล่า.. ที่เขาเรียกว่า เขิล.. 0^-^0




รักพี่จินจัง.. <3  




+++++++++++++++++







Kook Part:





“ บูชา บูชา บูชา.. เอ้ยย ! ชาบูวววว “
ตอนนี้ผมเดินพูดเล่นๆ ระหว่างที่เดินทางมายังร้านชาบูในห้างแห่งหนึ่ง โดยก่อนหน้ารุ่นพี่ของผมก็เพิ่งไลน์มาบอกว่า อยู่ที่ไหน.. ผมไม่ได้กลับหอหรอกครับ.. คือนั่งฆ่าเวลาที่ร้านพี่นัมจุน จนถึงก็ตอนนี้ก็ออกมาทั้งสภาพเดิมเมื่อกลางวันนั้นแหละ ผมหยุดอยู่ทางเข้าหน้าร้าน แล้วก็มองหาว่าพวกรุ่นพี่สายรหัสของผม อยู่ที่โต๊ะไหน.. ผมมองหาได้ไม่นาน พี่ปีสาม หรือลุงรหัสผม ก็หันกวักมือรับให้เข้าไปนั่ง.. ผมมองที่โต๊ะก็เห็นมีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่นั่งอยู่.. ผมเดินลงไปแล้วนั่งตรงที่ว่าง.. กล่าวทักทายตามมารยาทหลาน น้องรหัส


“ หวัดดีฮะพี่ๆ”
“ ไงๆ นั่งก่อนๆ”
“ คร่าบบ” ลุงรหัสผม หรือพี่จุนกิ บอกให้ผมนั่ง แล้วก็เรียกพนักงานให้นำอุปกรณ์รับรองมาเพิ่ม แล้วก็หันหน้าไปง่วนอยู่กับหม้อ โดยไม่สนใจอะไรผมอีก.. ผมนี่นั่งมองตาปริบๆ พร้อมกับกระแทกตะเกียบให้อกมาจากถุงพลาสติก.. ก่อนจะมองซ้าย มองขวา แล้วก็นะ..




“ ทำไมวันนี้ถึงได้เลี้ยงกะทันหันอย่างนี้ล่ะครับ?” ผมเริ่มออกปากถาม
“ ไม่มีไรมาก พี่มินยองถูกหวย”
“ จริงดิคับ?” คำตอบยิ้มๆของพี่จุนกิ ที่บอกว่า คนข้างๆที่กำลังง่วนอยู่แต่กับหน้าจอโทรศัพท์อยู่ ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งนั่นผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจริงรึเปล่า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก.. เพราะว่าผมก็เคยยักกะรู้ว่า พี่มินยองชอบเรื่องการเสี่ยงโชคแบบนี้ด้วย


“ เปล่าหรอก.. โดนหวยแดกสิไม่ว่า เลยมาเลี้ยงย้อมใจ 555+” เป็นพี่มินยองเองที่โพล่งพูดออกมาเป็นคำเฉลย เล่นเอาผมนี้ขำแถบตกที่นั่ง.. พี่มินยองเป็นรุ่นพี่ปีสี่ครับ หรือก็คือย่ารหัสผมเอง

ผมนั่งคุยอยู่กับพวกพี่ๆ อยู่ได้สักพัก ก็ยังไม่เห็นว่ารุ่นพี่ปีสองของผม มาสักที ทั้งๆที่เมื่อตอนบ่ายๆ ที่ผมนั่งอยู่ในร้านของพี่มินจุน วึ่งพี่เขาก็อยู่ที่นั้นด้วย ก็ส่งข้อความมาหาผม ว่ามีเลี้ยงสายวันนี้ ทีแรกผมก็นึกตกใจอยู่เหมือนกัน ที่พี่เขาบอกว่าจะเลี้ยงข้าว.. ไอ่เราก็นึกว่าจะเลี้ยงข้าวจริงๆ ที่แท้คือเลี้ยงสายรหัส.. แล้วพี่เขาก็ส่งเวลา สถานที่มาให้ผมอีกที แต่ว่าถึงจะเป็นแบบนี้ มันก็ดีแล้วครับ เพราะจริงๆมันก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่พี่วีเขาจะมาเลี้ยงข้าวผม(เป็นการส่วนตัว).. ก็นะ



“ พี่มินยอง.. พี่วี ยังไม่มาหรอครับ”
“ อ่อๆ วีบอกว่า อีกสักแพบก็จะมาล่ะ แวะข้างทางอยู่”
“ งั้นหรอครับ ..” ผมงุดหน้าลง เพื่อที่จะจัดการกะเห็ด กะเนื้อ กะผักในหม้อ ต่อ.. ก็ตอนมานี้ผมยังไม่ได้เอาอะไรรองท้องไว้เลย มันก็เลยทำให้รู้สึกหิวเป็นพิเศษ ผมนี่.. ใช้วิธีเอาพวกมันลงไปในหม้อเยอะๆ แล้วตักเอามาไว้ในจานของตัวเองทีเดียว.. กะว่า กินครั้งนึงคืออิ่มไปครึ่งกระเพาะได้เลย..




“ กุก.. เต็มทีๆ” พี่จุนกิ หันมายักคิ้ว แล้วก็พูดเสียงเรียบๆ ให้ผม.. ผมก็ยกยิ้มที่มุมปากกลับไป มันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอกครับ เพราะนี้มันหมายถึงว่า ... คือต้องการเพิ่ม อีกก็จัดการสั่งอีกได้เลยครับ ไม่ต้องกลัวหรอกว่ากระเป๋าตัวเองจะแฟบ เพราะคนที่จะแฟบก็คือ เจ้ามือที่โดนหวยรับทานไปแล้วน่ะครับ แต่พี่มินยองก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรมากหรอกครับ.. เพราะพี่มินยองก็มีฐานะพอตัวอยู่เหมือนกัน ถึงขั้นคุณหนูเลยล่ะ
“ ครับพี่.. จะเอาให้คุ้มเลย”



ผ่านไปได้สักพัก.. ผมก็เหลือบมองเห็นพี่วีเดินเข้ามาในร้าน พร้อมๆกับห่อถุงอะไรสักอย่าง สอง สามห่อ.. เดินปรี่ตรงเข้ามาหาพวกเราพร้อมๆกับรอยยิ้มที่ราวกับว่ามีเรื่องดีใจอะไรสักอย่าง.. ผมมองไปยังพี่วีอย่างไม่วางตา รู้สึกว่าพี่วีน่ารักกว่าทุกวัน เหมือนพี่วีเขาจะมาแค่คนเดียวซะด้วย.. อย่างนี้ก็เลยสิ เพราะด้วยความที่เป็นการเลี้ยงสาย พี่จินคงจะไม่ได้ตามมาด้วย



“ อ่า.. มาแล้วครับ พี่ๆ หวัดดีฮะ หวัดดีกุก” พี่วีหันหน้ามาทางผม.. ที่ตอนนี้ผมแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว .. ไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมทุกครั้งมันถึงมีอาการแบบนี้ เมื่อคนๆนี้ยิ้มออกมาแบบนั้น..
“ เออๆ รีบนั่งเลย เร็วๆ.. เถิบดิกุก!” พอได้ยินเสียงพี่จุนกิเรียกชื่อตัวเอง.. ผมก็เกือบจะทำตะเกียบหล่น เหมือนคนตกใจอะไรสักอย่าง.. แต่ดีนะ ที่ไม่มีใครว่าอะไร แต่กลับหัวเราะออกมาแทน แล้วผมก็ทำตามที่พี่จุนกิบอก โดยตัวเองขยับเข้าไปนั่งข้างในชิดกับผนัง โดยอัตโนมัติ..




“ เอ่อนี่กุก.. พี่ซื้อขนมมาฝาก”
“ ครับ..” ผมรับถุงขนมมาจากพี่วี.. อ่อ ไอ่ถุงที่พี่วีหอบมาเมื่อกี้นั่นแหละครับ.. ผมเปิดดูข้างในก็เห็นเป็นช็อกโกแลตกล่องนึง กับ ขนมอีกสองสามอย่าง..
“ เดี๋ยววันหลัง พี่พาไปเลี้ยงนมปั่น”




“ อ่ะแฮ่มๆ! ไหง๋มีเลี้ยงนอกรอบครับ น้องวี?” พี่จุนกิเกริ่นเสียงออกมาถาม แล้วยังทำหน้าตาสงสัยอะไรสักอย่าง.. ผมนี่ก็ได้แต่ยิ้มกับของที่พี่วีเอามาให้ผมอยู่นั้นแหละครับ..
“ อะไรพี่จุน.. ผมก็แค่สัญญากะน้องมันว่าจะเลี้ยงหนมเฉยๆ”
“ อืมม.. เลี้ยงแต่น้อง ไม่มีเลี้ยงพี่มั้งไง”
“ มันมีแต่พี่เลี้ยงน้องไม่ใช่หรอ?”
5555+



แล้วทั้งโต๊ะก็ขำกันหมด.. ยกเว้นผมที่ตอนนี้เอาแต่คิด เอาแต่ฝันอยู่ ว่าพี่วีใจดีกับผมจัง.. ทำไมเป็นคนที่น่ารักแบบนี้นะ ผมล่ะอยากเป็นเจ้าของคนๆนี้เหลือเกิน ไม่อยากเลยที่จะมาแอบมองอยู่อย่างนี้.. ผมอยากให้พี่วีมายืนอยู่ข้างๆผม แล้วก็เดินจูงมือไปด้วยกันจัง..




ผมเคยคิดนะว่า.. ก่อนที่พี่วีจะเป็นแฟนกับพี่จิน ผมกะว่าจะแอบจีบพี่เขา.. เพราะว่ามันมีกฎอยู่ไงว่า สายรหัสเป็นแฟนกันไม่ได้.. แต่ผมก็ไม่กล้าทำ จนเมื่อถึงตอนที่รู้ว่าพี่เขาเป็นแฟนกับพี่จินซะแล้ว.. ผมก็ได้แค่แอบเสียใจอยู่ลึกๆ ไม่กล้าเลย ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำอะไร เพื่อที่จะให้ได้คนๆนี้มา.. เพราะว่าพี่วีตอนนี้ ดูมีความสุขเหลือเกิน.. ถึงแม้ว่าผมจะต้องการมากแค่ไหน แต่ผมก็ต้องคอยห้ามตัวเองทุกครั้งไปด้วยว่า พี่วีมีเจ้าของแล้ว.. ต้องท่องเตือนหัวใจตัวเองแบบนี้เสมอ..




“ คิดอะไรอยู่น่ะ?” พี่วีหันมาพูดกับผม เล่นเอาผมสะดุ้งโหยงไปเลย..
“ ปะ.. เปล่า ครับ..” ผมไม่ควรที่จะตอบความจริง ก็เลยต้องบอกว่าไม่มีอะไร.. พี่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็คีบเอาเนื้อมาไว้ที่จานผม.. บอกว่าผมอ่ะกินช้า ตัวยิ่งเล็กๆอยู่ อยากให้กินเข้าไปเยอะๆ

“ ขอบคุณครับ พี่วี”
ผมนี่ยิ้มแก้มแทบปริ.. เหมือนพี่วีเอาใจใส่ผมเลยอ่ะ.. ตอนนี้ในหัวของผมก็ดันจินตนาการไปอีก ว่าอยากจะอยู่ใกล้ๆ คนๆนี้ไปนานๆเลยจริงๆ




ผมก้มลงเพื่อที่จะกินของที่พี่วีคีบมาให้.. แล้วก็เห็นพี่วีหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วจิ้มๆ อยู่สักพักก็เก็บลงไป.. ผมเหลือบไปมองก็เห็นเป็นชื่อพี่จิน ที่เป็นคนส่งข้อความมาคุยกับพี่วี ผมไม่รู้หรอกว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน.. แต่ที่แน่ๆ พี่วีเอาแต่ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม.. แล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้น




“ แหน่ะๆ จินหรอจ๊ะ น้องวี..” พี่มินยอง พูดลากเสียงยาวๆ คล้ายจะแซวพี่วี แต่พี่วีก็ไม่ได้พูดอะไร เอาแต่ยิ้มเขินๆ .. ผมหันกลับมามองจานของตัวเอง แล้วก็คีบขึ้นมาชิ้นหนึ่งก่อนจะ เอามันไปจิ้มกับน้ำจิ้มแล้วขยี้ๆ กดลงไปกับถ้วยน้ำจิ้ม วนๆอยู่อย่างนั้น.. จนพี่จุนกิ ท้วงขึ้นมา.. ผมสะดุ้งอีกครั้ง หันมามองหน้าทุกคน แล้วก็ยิ้มแหย่ๆ ก่อนยกเนื้อชิ้นนั้นขึ้นมาเข้าปากปกติ.. แล้วก็จะขอตัวกับทุกคน มาเข้าห้องน้ำ..




ผมเดินมาเข้าห้องน้ำที่อาการข้างในไม่ค่อยดีนัก.. ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ก็เมื่อกี้ดันทำอะไรแปลกๆ ออกมาจนได้ ดีนะที่ทุกคนไม่ได้ว่าอะไรไปมากกว่านี้.. เลยขอตัวชิ่งมาสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำก่อนแพบนึง.. ก็นะถ้ายังมีอากาเผลอตัวเหมือนเมื่อกี้อีกล่ะก็ ผมคงแย่แน่ๆอ่ะ.. พวกพี่เขาคงสงสัยอะไรแน่ๆเหอะ ว่าผมนี่.. บ้ารึเปล่า?



เมื่อกี้ที่ผมกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ ก็เหมือนๆว่าผมเสี้ยวหน้าที่คุ้นๆ ของใครสักคน เดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนหน้าผม แล้วผมก็เดินตามเข้าไป.. ผมเข้ามาข้างใน ก็มุ่งไปยังอ่างล้างหน้า หน้ากระจกทันที แล้วก็หายใจเข้า-ออกช้าๆ พลางให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น.. ผมใช้เวลาอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ ราวๆ ห้านาทีได้แล้ว.. แต่ผมก็ยังไม่พร้อมที่จะออกไปตอนนี้เลย.. ตอนนี้คนในห้องน้ำก็ไม่มีใคร นอกจากผู้ชายคนเมื่อกี้กับผม.. ก็นะ พอผมเข้ามาก็ไม่เห็นว่ามีใครเดินออกมาจากห้องน้ำเลยสักคน..




พอผมเริ่มตั้งสติจากเหตุการณ์เมื่อกี้ได้ ก็เปิดก๊อกน้ำเพื่อที่จะล้างมือสักหน่อย.. ก็มีคนเปิดประตูห้องน้ำออกมา ดีนะ. ที่ผมไม่ได้พูดอะไรแปลกๆ กับตัวเองออกมา ไม่งั้นคงโดนหาว่าเพี้ยนแน่ๆเลย..




แต่พอผมเงยหน้ามองกระจก ก็เห็นเป็นพี่จิน.. ใช่ครับ พี่จิน แฟนขอพี่วีนั้นแหละครับ ที่เดินออกมาจากประตูห้องน้ำหลังในสุด ที่ผมยืนอยู่ตรงข้าม พี่เขาไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เดินไป ส่วนผมก็ก้มหน้าล้างมือต่อ.. แต่มันแปลกตรงที่ ดันมีผู้ชายอีกคน ที่เดินออกมาหลังจากพี่จินไม่เท่าไหร่.. ด้วยสีหน้าเจือแดงนิดๆ ด้วยความที่ผิวขาว แถมยังเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กเอามากๆด้วย..






แต่ว่า.. แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน





ผมเดินกลับมาที่โต๊ะ.. แล้วก็ยิ้มแหย่ๆส่งไปให้ทุกคน พี่วีลุกออกมาเพื่อที่ผมจะได้กลับเข้าไปนั่งตรงที่เดิมของผม.. ตอนนี้สีหน้าของผมนิ่งกว่าปกติ แต่ทุกคนก็ไม่ได้สังเกตอะไร ก็นะ.. เอาแต่โม้กันอยู่ ผมก็นั่งนิ่งๆแล้วประมวณเหตุการณืเมื่อกี้ว่ามันคืออะไร.. บางที พี่จิน อาจจะเข้าไปช่วยซ่อมชักโครก หรือพี่จินอาจจะเข้าไปช่วยหาของ หืมม ! หาอะไรในนั้น.. หรือว่าบางที..


คิดอะไรน่ะกุก เครียดเชียว?”
“ หะ..ฮะ!” ผมผงะนิดนึง.. ที่พี่วีเอาศอกมากระทุ้งเอวผม..



“ มีเรื่องอะไรรึเปล่า?” ทันทีที่พี่วีถามคำถามนี้มา.. หัวของผมก็เร่งประมวณผลให้เร็วกว่าเดิม ว่าจะพูดเรื่องเมื่อกี้.. แล้วมันก็ดันกลับความคิดทันควัน ว่าอย่าเพิ่งพูดจะดีกว่า.. อย่าเพิ่งๆ




“ มะ.. มี เอ้ยย ไม่มีครับ”
“ ไม่มีแน่นะ..?” พี่วีใช้น้ำเสียงชัดเจน.. คล้ายๆว่าอยากรู้จริงๆว่ามีเรื่องอะไร แต่พอบอกออกไปแบบนั้น พี่วีก็ไม่คิดที่จะติดใจถามอะไรต่อ
“ คะ. ครับ”




จนแล้วจนรอด.. ผมก็เผลอปากพูดชื่อพี่จินออกไปจนได้.. แต่พี่วีก็บอกกลับมาว่า พี่จินเขามาส่งแล้วก็เดินกลับออกไปเลย.. แต่ว่า ถ้าพี่วีจะกลับค่อยโทรฯให้มารับอีกที.. อืมม.. ผมก็ว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าเมื่อกี้ที่ห้องน้ำ มันก็ผ่านมานานได้พักนึงแล้วนะ.. แทนที่พี่จินจะกลับไปได้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ดันยังเห็นที่ห้องน้ำอยู่ มันก็แปลกๆนะ..




ผมครุ่นคิดอยู่ตั้งนาน.. แต่ก็ต้องสะบัดความคิดนั้นทิ้งซะ.. เพราะว่าตอนนี้ผมมีบางคน ที่นั่งอยู่ข้างๆผม.. คอยคีบเนื้อ มาหใผมกินอยู่ตรงนี้.. พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ไม่ได้คิดร้ายใดๆ คอยส่งมาให้ผมตลอด ถามว่าจะเอานู้น เอานี่เพิ่มรึเปล่า.. แถมยังมีบางที ที่แขนของเราสองคนแนบชิดกันด้วยสิ.. ให้ตายสิแบบนี้ ผมว่านี้มันสวรรค์ชัดๆเลย.. ถึงแม้ว่าจะมีแต่กลิ่นน้ำซุปที่ลอยไป ลอยมาอยู่ก็ตาม.. เวลานี้ช่างมีความสุข จริงๆนะ..




ตอนนี้ก็ถึงเวลายุติการเลี้ยงสายรหัสแล้วครับผม.. พวกเราทั้งสี่คนนี้อิ่มหนำสำราญกันเลยทีเดียว .. แต่ว่าจะเป็นพี่มินยองมากกว่าที่ต้องใช้คำๆนี้ ก็นะ.. ดันเล่นสั่งมาเพิ่มตั้งเยอะ แล้วก็กินจนพวกที่เหลือสู้ไม่ไหวแน่ะครับ .. พวกเราสามคนนี่ ซูฮกให้กับพี่แกเลย กินจุจริงๆ..





พวกเราเดินมาหยุดตรงทางออกพร้อมกับกล่าวคำลากัน.. พี่จุนกิกับพี่มินยองมาด้วยกัน แล้วก็ถามว่าผมกับพี่วีจะกลับยังไง ผมก็บอกว่า เอามอเตอร์ไซต์มา.. ส่วนพี่วี พี่จินจะมารับ แล้วผมก็ว่าจะคอยพี่จินเป็นเพื่อนพี่วี พี่จุนกิกับพี่มินยอง เลยกลับไปก่อน..
“ แน่นท้องเลยเนาะกุก” พี่วียกยิ้มส่งมาให้ผม
“ นั่นสิครับ..” ผมก็ได้แต่ยิ้มๆส่งกลับไปเช่นกัน




ผมกับพี่วีก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก.. เพราะว่าต่างคนต่างอิ่ม และก็เริ่มที่ง่วงๆขึ้นมากันทั้งคู่ ผมกับพี่วี คอยพี่จินอยู่ได้ เกือบสิบห้านาที แล้วพี่จินก็ส่งข้อความมาว่า มารับพี่วีไม่ได้แล้ว.. ผมก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่านั้นหรอก.. ผมเลยอาสาที่จะมาส่งพี่วีเอง.. ถึงแม้ว่าพี่วีจะบอกว่าเกรงใจ แต่ก็นะ.. โอกาสดีๆ แบบนี้ผมไม่อยากให้มันหลุดลอยไปเลย.. สุดท้าย พี่วีก็ยอมให้ผมพาไปส่งจนได้..




“ พร้อมมั้ยครับ พี่วี..” ผมนี้พูดอย่างกะจะพาพี่เขาไปแว๊นยังไงก็ไม่รู้สิครับ.. ตอนนี้ดูพี่วี ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับผมเลยสักนิด.. พี่วีบอกว่าตัวเองพักอยูที่ไหน แล้วก็ขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์คันเก๋าของผมเรียบร้อย พร้อมกับบอกว่า อย่าขับเร็วนะ พี่กลัว..





“ กุกๆ ค่อยๆไปนะ” เหมือนๆกับว่าพี่วี กลัวจะตกยังไงไม่รู้.. ดูเก้ๆกังๆ ก็จะทำไงได้ล่ะครับ ก็รถของผมมันดันคันเล็กไง สำหรับคนขับคนเดียว.. แต่นี้ดันมีคนซ้อนมาด้วย ทำให้ตัวต้องแนบชิดกันกว่าเดิม.. ประมาณว่าพี่วีต้องคอยกอดเอวผมเอาไว้ ไม่งั้นนี้.. อาจจะมีการตกรถขึ้นมาก็เป็นได้.. ซึ่งผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้หรอก..





ผมเร่งเครื่องออกมาจากลานจอดรถ.. แล้วขับเคลื่อนสู่ท้องถนน พร้อมๆกับมือข้างหนึ่งของคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังโอบรัดเอวของผมเอาไว้อยู่.. บรรยากาศตอนนี้ มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ใกล้แนบชิด คนๆนี้มากขนาดนี้.. ผมทำตามที่พี่วีบอก.. ซึ่งทีแรกผมก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าผมจะขับมันช้าๆ เพราะว่าผมจะได้ใช้เวลาแบบนี้อยู่กับพี่วีนานๆ ความรู้สึกดีๆ ที่ผมเก็บเอาไว้มานาน.. ผมอยากจะพูดๆ มันออกไปเสียตรงนี้.. แต่ก็นะ มันไม่สามารถจะทำได้อย่างที่คิด ด้วยความที่คนๆนี้ มีเจ้าของอยู่แล้ว.. อีกอย่างก็ยังเป็นพี่รหัสผมอีก.  ทำไมนะ ทำไมมีแต่สิ่งที่มาขวางผมเอาไว้แบบนี้.. แล้วถ้าผมอยากจะลองฝืนเรื่องพวกนั้นๆล่ะ ผมจะกล้าพอที่จะทำมันได้มั้ย..





อีกอย่างคือ.. เท่าที่ผมคิดทบทวนเรื่องของพี่จิน.. ผมก็พอจะเข้าใจว่า อะไรเป็นอะไรขึ้นมาบ้าง.. เพราะหลายครั้งเหมือนกันที่ผมได้ยินว่าพี่จินเป็นคนยังไง ก็เพพราะอย่างนี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้ผมคอยมอง คอยตาม คอยห่วงพี่วีอยู่ห่างๆ เสมอๆ .. ถึงแม้ว่าพี่วีจะไม่เคยรู้อะไรสักอย่างก็ตาม..




ผมเผลอให้มือของตัวเอง.. ไปกอบกุมมือของพี่วีเอาไว้.. ผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าพี่วีก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังเอาหน้ามาซุกที่หลังของผมอีก.. ในใจของผมตอนนี้มันเต้นจนไม่รู้ว่าเป็นจังหวะอะไรแล้ว..  จนผมได้ยินถึงเสียงของหัวใจตัวเองที่มันกำลังดังอยู่.. ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่วี จะได้ยินมันรึเปล่า.. เสียงหัวใจของผมน่ะ.. แต่ยังไงก็ตาม ตอนนี้ผมมีควมสุขที่สุดแล้ว.. เมื่อผมได้อยู่แนบชิดคนที่ผมรักมากขนาดนี้..




และแล้ว.. เวลาของความสุข ความรู้สึกดีๆ มันก็ผ่านไปเร็วอีกตามเคย.. ผมมาจอดรถตรงหน้าหอพี่วี พี่วีก็ผละมือออกจากเอวของผม แล้วลุกลงจากรถ พร้อมๆกับถอดหมวกกันน็อกคืนมาให้ผม..
“ เหอะๆ เกือบไม่รอดแน่ะ” พี่วียิ้มแหย่ๆ ส่งมาให้ผม พร้อมๆกับยีหัวตัวเองน้อยๆ ทำไมนะ มันช่างดูน่ารักเสียเหลือเกินสำหรับผมตอนนี้.. ราวกับว่าโดนมนต์สะกดของคนๆนี้อีกแล้ว
“ หืมม.. อะไรน่ะครับ พี่วี?”



“ ก็.. พี่ไม่ค่อยชินกะมอเตอร์ไซต์เท่าไหร่” พี่วีทำทีเป็นเขินๆ เอามือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อ.. เอ่อ ฟินไปอีกดิ ผมอ่ะ.. อย่านะ อย่าเพิ่ง.. อย่าเพิ่งหน้าแดงสิ.. ผมพยายามควบคุมสติของตัวเองเอาไว้.. เพราะตอนนี้อยากจะลุกไปหมแก้มของคนตรงหน้านี้สักฟอดใหญ่ๆเลยจะได้มั้ย?
“ อ่อๆ “



“ ยังไงก็ขอบคุณนะ”
“ คร่าบบ “
ยิ้มที่พี่วีส่งมาให้.. มันทำให้ผมอยากหลับฝันดีไปซะเดี๋ยวนี้... ทุกอย่าง เวลานี้ ณ ตรงนี้ ตอนนี้ มันราวกับความฝันเลย.. ทุกอย่าง มันแบบ เป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำมาตั้งนาน คือได้มาส่งคนๆนี้บ้าง อย่างกะที่คนเป็นแฟนเขาทำกัน.. แถมคำขอบคุณของพี่วี มันช่างหวานหูสำหรับผมซะเหลือเกิน.. อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆอีกแล้ว..




“ เดี๋ยววันหลัง พี่เลี้ยงนมปั่นตอบแทนนะ”
“ ครับผม.. ยินดีครับพี่” ผมได้ยินคำพูดของพี่วีเมื่อกี้ที่บอกว่า วันหลังนี้ก็นัดเจอกันอีก.. คือครั้งนี้จะมีแค่ผมกับพี่วีแค่สองคนใช่มั้ย.. ซึ่งผมก็หวังว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ




“ คับ.. พี่ขึ้นห้องก่อนนะ.. กลับดีๆล่ะ”
“ อืมม..” แล้วพี่วีก็เดินไปที่บันได.. เพื่อที่ขึ้นไปยังห้องของพี่วี แต่พอเดินไปถึงบันได ยังไม่ทันที่พี่วีจะเดินขึ้นขั้นแรก.. พี่วีก็หันมาพูดกับผมพร้อมกับรอยยิ้มที่มันช่างดูสดใส ด้วยคำที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลัจะลอยเสียให้ได้.. เพราะว่าคำๆนี้ มันทำให้ผม มีความสุข และทำให้ผมรู้สึกดีไปได้อีกนานเลย..




“ ยังไงก็.. ฝันดีนะ”




พอผมได้ยิน.. ก็เล่นเอาหัวใจดวงน้อยๆของผม พองโตขึ้นมายิ่งกว่าอื่นใด.. รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากเสียเหลือเกิน สำหรับวันนี้.. ผมเลือกที่จะมองพี่วี จนสุดสายตาของผมที่จะมองเห็นได้.. ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้ว ผมไม่สามารถที่จะได้คนๆนี้มาครอบครองเลยก็ตาม.. จะยื้อมือ เอื้อมมือ ไปสุดแขนได้เพียงไหน ก็ไม่อาจจะคว้า คนที่มีอิทธิพลต่อใจตังเองมากขนาดนั้นมาครอบครองได้...





ยังไงแล้ว.. ผมก็คงได้แค่เพียงมอง.. คอยห่วง คอยหวง คอยดูแลอยู่ห่างๆต่อไป 




เพราะ.. สิทธิของคนแอบรัก.. ก็ทำได้แค่เพียงมอง และเพ้อฝันอยู่ในโลกของตัวเอง เท่านั้นจริงๆ...







++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++โลกของคนแอบรัก

V×Kook (B.T.S)

By Prince BGL.
Twit: @takenick_rnk38

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น